YAMAHA NY64-D การ์ดขยายสัญญาณ Dante สําหรับมิกเซอร์ซีรีส์ TF
฿29,000 Original price was: ฿29,000.฿26,100Current price is: ฿26,100. ชิ้น (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)
- External Connectors: พอร์ต RJ45 จำนวน 2 ช่อง (ช่องสัญญาณหลัก Primary และช่องสัญญาณสำรอง Secondary)
- Transmission Speed: 1Gbps (Gigabit Ethernet) เพื่อการรับ-ส่งสัญญาณที่รวดเร็วและเสถียร
- Audio Channels: รองรับสูงสุด 64 อินพุต / 64 เอาต์พุต
- Resolution: 24-bit ให้คุณภาพเสียงที่คมชัดและเก็บรายละเอียดได้ครบถ้วน
ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง
ต้องการส่วนลด หรือขอใบเสนอราคา
You’re now subscribed to price tracking for this product. We’ll notify you if the price drops.
-
รับสินค้าที่ร้าน
เฉพาะสินค้าบางรายการ
ฟรี
-
ส่งปกติ 2-3 วัน
ขั้นต่ำ 3.000 บาท
ฟรี
-
ส่งด่วนพิเศษ ภายในวัน
ลูกค้ารับผิดชอบค่าส่งเอง
คิดตามระยะทาง
-
รับประกันสินค้า ศูนย์ไทย 1 ปี
รายละเอียด
-
ยินดีรับคืน เมื่อสินค้าเสียหายจากการจัดส่ง
รายละเอียด
Description
Yamaha NY64-D คือ การ์ดขยายสัญญาณ (I/O Expansion Card) สำหรับดิจิทัลมิกเซอร์ โดยเฉพาะตระกูล TF Series เพื่อให้รองรับระบบเน็ตเวิร์กเสียง Dante
จุดเด่นและเทคโนโลยี
- สะพานเชื่อมต่อ Dante: ช่วยให้มิกเซอร์ตระกูล TF สามารถรับ-ส่งสัญญาณเสียงผ่านระบบ Dante Network ได้สูงสุดถึง 64 Input และ 64 Output
- เชื่อมต่อกับ Tio1608-D: เป็นอุปกรณ์ตัวแม่ ที่จำเป็นต้องติดตั้งในมิกเซอร์ TF เพื่อให้สามารถใช้งานร่วมกับสเตจบ็อกซ์รุ่น Tio1608-D หรือ Tio1608-D2 ได้
- คุณภาพเสียงระดับสูง: รองรับความละเอียดเสียงที่ 24-bit / 48kHz ให้การส่งสัญญาณเสียงที่ใสสะอาดและปราศจากสัญญาณรบกวนในระยะไกล
- ระบบสำรองข้อมูล (Redundancy): มีพอร์ต Primary และ Secondary มาให้ เพื่อทำระบบสำรองข้อมูล ป้องกันเสียงดับหากสาย LAN เส้นใดเส้นหนึ่งมีปัญหา
- ติดตั้งง่าย: ออกแบบมาเป็นสล็อตเสียบด้านหลังมิกเซอร์ (NY slot) ติดตั้งได้เองเพียงขันนอต ไม่ต้องใช้ซอฟต์แวร์ซับซ้อนในการ Setup เบื้องต้น
อุปกรณ์นี้เหมาะสำหรับ
- ผู้ใช้งานมิกเซอร์ตระกูล TF (TF1, TF3, TF5 และ TF-RACK): เป็นอุปกรณ์ “บังคับ” สำหรับคนที่ใช้มิกเซอร์ซีรีส์นี้แล้วต้องการเชื่อมต่อกับระบบ Dante หรือสเตจบ็อกซ์ตระกูล Tio
- ผู้ที่ต้องการเดินสายสัญญาณเสียงระยะไกล: เหมาะสำหรับงานอีเวนต์หรือการติดตั้งในหอประชุมที่ต้องการส่งสัญญาณจากมิกเซอร์ไปยังเวทีผ่านสาย LAN เพียงเส้นเดียว แทนสายมัลติคอร์ (Analog Snake) ที่หนักและราคาสูง
- ช่างเสียงที่ต้องการระบบสำรอง (Redundancy): เหมาะสำหรับงานที่เน้นความปลอดภัยของสัญญาณสูง เช่น งานถ่ายทอดสด เพราะการ์ดใบนี้มีพอร์ต Primary/Secondary ช่วยป้องกันเสียงดับหากสายเส้นใดเส้นหนึ่งขาด
- สตูดิโอที่ใช้ระบบบันทึกเสียงผ่าน Dante: ช่วยให้มิกเซอร์ TF สามารถส่งสัญญาณเสียงแยกแทร็ก (Multi-track Recording) เข้าคอมพิวเตอร์ผ่านเครือข่าย Dante ได้โดยตรง
- ผู้ที่ต้องการขยายจำนวน Input/Output: เหมาะสำหรับงานที่ช่องสัญญาณบนตัวเครื่องมิกเซอร์ไม่พอ และต้องการเชื่อมต่อกับ Tio1608-D2 เพื่อเพิ่มช่องรับสัญญาณจากบนเวที
คุณลักษณะเด่น
Yamaha ได้ทำตามพันธกิจของเราที่จะตอบสนองความต้องการของวิศวกรระบบเสียงทั่วโลกเสมอ ผลลัพธ์ที่ประจักษ์ชัดคือความสำเร็จของดิจิตอลมิกเซอร์คอนโซลรุ่นล่าสุดในซีรีส์ CL และ QL และรุ่นเรือธงอย่าง RIVAGE PM10 กุญแจสู่ความสำเร็จคือการสนับสนุนการสร้างสรรค์ผลงานของผู้ใช้งาน ประสิทธิภาพในการสร้างสรรค์ผลงานจะต้องไม่ถูกจำกัด Yamaha จึงได้คิดค้นดิจิตอลมิกเซอร์คอนโซลรุ่นใหม่ขึ้น ซึ่งจะมอบอิสระในการควบคุมที่ง่ายดายให้กับผู้ใช้งาน TouchFlow Operation™ ที่อยู่ในคอนโซลซีรีส์ TF จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถตอบสนองดนตรีและศิลปินบนเวทีได้รวดเร็วและตรงตามความต้องการ เพื่อเพิ่มความโดดเด่นให้กับเสียงการแสดงสดไปอีกระดับ อินเตอร์เฟซของ TouchFlow Operation ที่ได้รับการปรับมาให้สอดคล้องกับแผงควบคุมแบบสัมผัส ทำให้วิศวกรที่มากด้วยประสบการณ์หรือแม้แต่วิศวกรมือใหม่ก็สามารถปรับแต่งเสียงได้อย่างลงตัวและง่ายกว่าที่เคย พรีแอมปลิฟายเออร์ Recallable D-PRE™ รองรับคุณภาพเสียงที่จะตอบสนองความพึงพอใจต่อหูของมืออาชีพมากที่สุด ในขณะที่คุณสมบัติการบันทึกเสียงสดขั้นสูง และการทำงานกับแร็ค I/O ประสิทธิภาพสูงที่ราบรื่น ทำให้ดิจิตอลมิกเซอร์ขนาดเล็กเหล่านี้เป็นตัวเลือกที่โดดเด่นเหมาะสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย สัมผัสประสบการณ์การควบคุมอย่างง่ายและอิสระในการสร้างสรรค์ซึ่งคอนโซลดิจิตอลที่ได้รับการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพนี้สามารถมอบให้แก่คุณ
TouchFlow Operation™ – การควบคุมที่ลื่นไหล เป็นธรรมชาติ
มิกเซอร์ดิจิทัลของ Yamaha ได้รับการออกแบบโดยอาศัยความคิดเห็นจากวิศวกรเสียงชั้นนำทั่วโลกมาโดยตลอด เพื่อให้การใช้งานมีประสิทธิภาพและเป็นธรรมชาติมากที่สุด อินเทอร์เฟซแบบ Selected Channel และ Centralogic™ ที่ได้รับการยอมรับอย่างสูง คือหลักฐานความสำเร็จของแนวคิดนี้
ซีรีส์ TF ได้นำความเชี่ยวชาญของ Yamaha มาผสานกับความคิดเห็นใหม่จากผู้ใช้งานจริง และเทคโนโลยีหน้าจอสัมผัสรุ่นล่าสุด เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานคอนโซลที่พัฒนาก้าวหน้าไปอีกขั้น การตั้งค่าและการใช้งานที่ราบรื่น พรีเซ็ตและซีนที่ใช้งานได้จริง การออกแบบที่ประณีต รวมถึงซอฟต์แวร์ที่ผสานการทำงานกับทั้งระบบได้อย่างไร้รอยต่อ — องค์ประกอบทั้งหมดนี้คือ TouchFlow Operation แนวคิดใหม่ของอินเทอร์เฟซคอนโซล ที่มอบความสะดวกสบายและความคล่องตัวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในคอนโซลขนาดเล็ก รองรับผู้ใช้และการใช้งานที่หลากหลาย

อินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย ออกแบบมาเพื่อการควบคุมผ่านหน้าจอสัมผัสโดยเฉพาะ
ในการพัฒนาซีรีส์ TF วิศวกรของ Yamaha ได้นำพื้นฐานจากอินเทอร์เฟซมิกเซอร์ระดับไฮเอนด์ที่ได้รับการยอมรับอยู่แล้ว มาต่อยอดด้วยการควบคุมที่เข้าใจง่าย ในรูปแบบที่ปรับให้เหมาะสมกับการใช้งานผ่านหน้าจอสัมผัส ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นรูปแบบการควบคุมที่คุ้นเคยในหลากหลายแอปพลิเคชัน
การทำงานส่วนใหญ่สามารถดำเนินการได้ผ่านหน้าจอสัมผัสเพียงอย่างเดียว อินเทอร์เฟซอันล้ำสมัยของซีรีส์ TF จึงช่วยให้ผู้ใช้ทุกระดับสามารถเรียนรู้และใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติในเวลาอันรวดเร็ว ไม่ว่าคุณจะเคยใช้คอนโซลดิจิทัลของ Yamaha มาก่อน ใช้งานคอนโซลดิจิทัลยี่ห้ออื่น ใช้มิกเซอร์อนาล็อก หรือแม้แต่ไม่เคยใช้งานมิกเซอร์มาก่อนเลย คอนโซล TF จะช่วยนำคุณไปสู่ผลลัพธ์ที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ผ่านเวิร์กโฟลว์ที่ลื่นไหลและมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ การมีปุ่มควบคุมแบบกายภาพล้อมรอบหน้าจอสัมผัส ยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความแม่นยำในการควบคุมได้มากยิ่งขึ้น
การควบคุมผ่านระบบสัมผัส เพื่อความละเอียดอ่อนในการมิกซ์
อินเทอร์เฟซของ TF ได้รับการปรับแต่งให้รองรับการควบคุมผ่านหน้าจอสัมผัสอย่างลื่นไหลที่สุด มอบเวิร์กโฟลว์ที่ราบรื่นซึ่งเป็นข้อได้เปรียบในทุกสถานการณ์การมิกซ์ หน้าจอแสดงผลถูกออกแบบให้เข้าถึงได้ง่ายและตรงจุด พร้อมเลย์เอาต์ที่ช่วยให้การมิกซ์เป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติและมีประสิทธิภาพสูงสุด การควบคุมผ่านหน้าจอสัมผัสจึงง่ายดายราวกับการปั้นแต่งเสียงด้วยปลายนิ้วของคุณเอง

ปุ่ม Touch & Turn เพื่อความแม่นยำที่มากยิ่งขึ้น
เมื่อคุณต้องการความละเอียดสูงสำหรับการปรับ EQ อย่างประณีต หรือการตั้งค่าพารามิเตอร์อื่น ๆ ปุ่ม Touch & Turn แบบกายภาพที่อยู่ข้างหน้าจอจะพร้อมให้ใช้งานเสมอ นอกจากนี้ ยังมี User Defined Knobs อีก 4 ปุ่มใต้หน้าจอ ซึ่งสามารถกำหนดให้ควบคุมค่า Compressor Threshold, EQ Gain หรือพารามิเตอร์อื่น ๆ ที่คุณต้องการเข้าถึงอย่างรวดเร็วระหว่างการมิกซ์ได้ ปุ่มทั้งหมดจะทำงานกับแชนแนลที่ถูกเลือกอยู่ในขณะนั้นเสมอ ทำให้การควบคุมมีความตรงจุดและแม่นยำ

อินเทอร์เฟซแบบ Overview และ Selected Channel
เช่นเดียวกับคอนโซลในซีรีส์ CL การทำงานจะอ้างอิงหน้าจอ Overview และ Selected Channel หน้าจอ Overview แสดงพารามิเตอร์ของ 8 แชนแนลพร้อมกัน ปุ่ม Touch & Turn ช่วยให้เข้าถึง Gain, 1-knob EQ™, 1-knob COMP™, Gate Threshold, Effect Send Level, Pan และพารามิเตอร์อื่น ๆ ได้โดยตรง เมื่อแตะพารามิเตอร์ที่ถูกไฮไลต์ซ้ำอีกครั้ง ระบบจะสลับไปยังหน้าจอ Selected Channel เพื่อเข้าถึงรายละเอียดเชิงลึกสำหรับการปรับแต่งที่ละเอียดมากขึ้น

ฟีเจอร์ใหม่เพื่อการตั้งค่าและใช้งานที่ราบรื่น
การตั้งค่า Gain, Compressor และ EQ ให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด จำเป็นต้องอาศัยทั้งทักษะและประสบการณ์พอสมควร แม้แต่วิศวกรเสียงที่มีประสบการณ์ก็ยังต้องใช้เวลาในการปรับค่าพื้นฐานสำคัญเหล่านี้อย่างละเอียด นอกเหนือจากอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายและเป็นธรรมชาติแล้ว คอนโซลซีรีส์ TF ยังมาพร้อมฟีเจอร์หลากหลายที่ช่วยให้การตั้งค่าพารามิเตอร์สำคัญเหล่านี้ทำได้รวดเร็วขึ้น ลื่นไหลขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยลดขั้นตอนที่ซับซ้อน ประหยัดเวลา และทำให้ผู้ใช้สามารถโฟกัสกับการสร้างสรรค์ซาวด์ที่ดีที่สุดได้มากยิ่งขึ้น
1-knob COMP™ & 1-knob EQ™: ปุ่มเดียว ปรับสู่ซาวด์ที่สมบูรณ์แบบ
วิศวกรเสียงที่มีประสบการณ์สามารถใช้คอมเพรสเซอร์เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับซาวด์ได้อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการทำให้เสียงกีตาร์มีชีวิตชีวา เพิ่มพลังให้เสียงเบส กระชับเสียงสแนร์ หรือทำให้เสียงร้องลอยเด่นชัดอยู่บนมิกซ์
1-knob COMP สามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย โดยไม่ต้องคอยปรับพารามิเตอร์หลายตัวให้ซับซ้อนเหมือนคอมเพรสเซอร์ทั่วไป ฟังก์ชันนี้ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในมิกเซอร์อนาล็อกของ Yamaha และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันได้ถูกพัฒนาให้เป็นเวอร์ชันดิจิทัลที่เพิ่มความสะดวกและประสิทธิภาพให้กับคอนโซลซีรีส์ TF มากยิ่งขึ้น
แนวคิดเดียวกันนี้ยังถูกนำไปใช้กับฟังก์ชัน 1-knob EQ รุ่นใหม่ ที่ช่วยให้การปรับ EQ ทำได้รวดเร็ว ลื่นไหล และเป็นธรรมชาติมากขึ้น โดยทีมวิจัยและพัฒนาของ Yamaha ได้ร่วมมือกับวิศวกรเสียงชั้นนำในการปรับจูนอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้ใช้สามารถได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมด้วยความพยายามน้อยที่สุด และในเวลาที่สั้นที่สุด
โหมดพิเศษเพื่อการใช้งานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น
Vocal Mode – ช่วยให้การปรับเสียงร้องให้ชัดเจนและมีมิติโดดเด่นทำได้ง่ายกว่าที่เคย
Intensity Mode – ให้คุณควบคุม “ความเข้มข้น” ของเส้นโค้ง EQ ได้ด้วยปุ่มเดียว โดยเลือกจากพรีเซ็ตหรือสร้างค่าเองตั้งแต่ต้น
รองรับทั้งอินพุตและเอาต์พุต
1-knob COMP และ 1-knob EQ ไม่ได้มีเฉพาะในแชนแนลอินพุตเท่านั้น แต่ยังมีในแชนแนลเอาต์พุตด้วย ทำให้สามารถปรับคอมเพรสชันหรือ EQ โดยรวมให้เหมาะสมกับลักษณะของห้องและขนาดผู้ชมได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับเอาต์พุต 1-knob EQ จะมี Loudness Mode แทน Vocal Mode ซึ่งช่วยเพิ่มระดับความดัง (Sound Pressure Level) อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาคุณภาพเสียงที่เหมาะสมไว้เมื่อหมุนปุ่มปรับ
ทั้ง 1-knob COMP และ 1-knob EQ ยังสามารถเข้าสู่หน้าจอแสดงผลแบบเต็มของ Compressor และ EQ ได้ทันที เพื่อให้คุณปรับแต่งรายละเอียดเชิงลึกเพิ่มเติมได้ตามต้องการ

GainFinder™ รองรับการตั้งค่า Gain อย่างแม่นยำ
Gain คือจุดปรับแต่งแรกที่สัญญาณอินพุตจะผ่านเข้าไป และการตั้งค่าในขั้นตอนนี้จะส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของพารามิเตอร์อื่น ๆ ที่ตามมา หากตั้งค่าได้เหมาะสม ระบบโดยรวมก็จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและให้คุณภาพเสียงที่ดีที่สุด
Yamaha ได้พัฒนาวิธีที่ช่วยให้การตั้งค่าเกนพื้นฐานนี้ทำได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งกว่าที่เคย ด้วยฟีเจอร์ใหม่ GainFinder™ ซึ่งช่วยให้สามารถตั้งค่าเกนของแต่ละอินพุตได้ในระดับที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ได้ทั้งประสิทธิภาพการทำงานและคุณภาพสัญญาณที่ดีที่สุดโดยรวม
วิธีใช้งานก็ง่ายมาก ผู้ใช้เพียงปรับค่าเกนของแชนแนลให้ไฟแสดงผลสีเขียวตรงกลางในมิเตอร์ระดับสัญญาณติดสว่างให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เท่านี้ก็จะได้ระดับเกนที่เหมาะสมแล้ว แน่นอนว่า มิเตอร์ระดับสัญญาณยังคงทำหน้าที่แบบดั้งเดิมเช่นกัน ดังนั้นหากผู้ใช้ต้องการตั้งค่าเกนตามขั้นตอนมาตรฐานแบบเดิม ก็ยังสามารถทำได้ตามปกติ

Practical Presets and Scenes – ทางลัดสู่ซาวด์ที่ยอดเยี่ยม
ฟังก์ชัน Scene Memory อันเป็นเอกลักษณ์ของ Yamaha ซึ่งใช้บันทึกการตั้งค่ามิกซ์เพื่อเรียกใช้งานได้ทันทีเมื่อจำเป็น ยังคงมีให้ใช้งานเช่นเคย ช่วยให้สามารถสลับการตั้งค่าระหว่างโชว์หรือช่วงการแสดงต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ นอกจากนี้ ยังมี Channel Presets หลากหลายรูปแบบ ที่พัฒนาร่วมกับผู้ผลิตไมโครโฟนชั้นนำและวิศวกรเสียงระดับแนวหน้า เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้คุณเข้าใกล้ “ซาวด์ที่ดี” ได้อย่างรวดเร็ว
พรีเซ็ตเหล่านี้ครอบคลุมพารามิเตอร์สำคัญ เช่น HA Gain (Head Amp Gain), EQ, Dynamics (Compressor / Gate) รวมถึงรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างชื่อแชนแนลและสีของแชนแนล ผลลัพธ์คือ คุณใช้เวลาน้อยลงกับการตั้งค่าพื้นฐาน และมีเวลามากขึ้นในการปรับแต่งมิกซ์ให้สมบูรณ์แบบ รวมถึงสื่อสารกับนักแสดงหรือศิลปินได้อย่างเต็มที่
QuickPro Presets™ ให้คุณเข้าถึงซาวด์ระดับมืออาชีพได้ทันที
ทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) ของ Yamaha ได้ร่วมมือกับวิศวกรเสียงที่ได้รับการยอมรับในวงการ และผู้ผลิตอุปกรณ์ชั้นนำอย่าง Audio-Technica, FitEar, Sennheiser, Shure, Ultimate Ears และ Westone Laboratories เพื่อพัฒนา QuickPro Presets™ ที่ได้รับการปรับจูนอย่างเหมาะสมสำหรับไมโครโฟนและอุปกรณ์เอาต์พุตหลากหลายประเภทด้วยพรีเซ็ตที่ใช้งานได้จริงเหล่านี้ แม้แต่วิศวกรมือใหม่ก็สามารถเข้าใกล้ซาวด์ที่เหมาะสมได้อย่างรวดเร็ว ขณะที่วิศวกรที่มีประสบการณ์จะประหยัดเวลาในการตั้งค่าไปได้อย่างมาก
ครอบคลุมทั้งอินพุตและเอาต์พุต
อินพุตแชนแนล: มีพรีเซ็ตมากกว่า 200 แบบ ครอบคลุมตั้งแต่เสียงร้องไปจนถึงชุดกลอง โดยทุกพรีเซ็ตได้รับการปรับแต่งอย่างละเอียดจากการทดสอบกับไมโครโฟนและเครื่องดนตรีจริงหลากหลายรุ่น
เอาต์พุตแชนแนล: มีพรีเซ็ตสำหรับระบบลำโพงและอินเอียร์มอนิเตอร์หลายประเภท (เช่น Ultimate Ears) พร้อมตัวเลือกที่ปรับให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมและขนาดห้องที่แตกต่างกัน
พรีเซ็ตทั้งหมดสามารถใช้งานได้ทันทีในสถานการณ์ที่มีเวลาจำกัด และยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมสำหรับการปรับแต่งแบบละเอียดด้วยตนเอง นอกจากนี้ การตั้งค่าที่สร้างขึ้นจากพรีเซ็ตหรือสร้างใหม่ทั้งหมด ก็สามารถบันทึกเป็นพรีเซ็ตเพิ่มเติมได้เช่นกัน
ยิ่งไปกว่านั้น 1-knob EQ และ 1-knob COMP ยังสามารถใช้งานร่วมกับ QuickPro Presets™ ได้ ช่วยให้การปรับแต่งเสียงเป็นไปอย่างรวดเร็วและลื่นไหลมากยิ่งขึ้น นอกจากพรีเซ็ตที่มีมาในตัวเครื่องแล้ว Yamaha จะมีการเพิ่ม QuickPro Presets™ ใหม่ ๆ บนเว็บไซต์ Yamaha Pro Audio อย่างต่อเนื่อง จึงควรติดตามอัปเดตอยู่เสมอ

ความเห็นจากพันธมิตรผู้ผลิตระดับโลก
Audio-Technica Corporation
“ไมโครโฟนของ Audio-Technica ทุกตัวได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ถ่ายทอดเสียงได้อย่างเที่ยงตรงที่สุดตามการใช้งานที่เลือกใช้ เรามุ่งมั่นสร้างเครื่องมือที่ดีที่สุดเพื่อให้ผู้ใช้สามารถถ่ายทอดอารมณ์และตัวตนของผลงานได้อย่างเต็มที่ การทำงานร่วมกับทีมวิศวกร TF ในการพัฒนาพรีเซ็ตเฉพาะเครื่องดนตรี ทำให้มั่นใจได้ว่าไมโครโฟนของเราจะแสดงศักยภาพได้สูงสุด ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้ผู้ใช้โฟกัสกับความคิดสร้างสรรค์และคาแรกเตอร์ของโปรดักชันได้อย่างเต็มที่”

FitEar (Suyama Dental Laboratory)
“เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ Yamaha ในมิกเซอร์ดิจิทัลระดับโลกของพวกเขา คำแนะนำของทีมงาน รวมถึงข้อเสนอแนะจากวิศวกรภาคสนาม ถูกนำมาประยุกต์ใช้อย่างเต็มที่ในการสร้าง EQ Presets สำหรับอินเอียร์มอนิเตอร์แบบสั่งทำของ FitEar ศักยภาพการควบคุมที่ยอดเยี่ยมของมิกเซอร์ดิจิทัล Yamaha ผสานกับองค์ความรู้ด้านอินเอียร์มอนิเตอร์ที่สั่งสมมายาวนาน ช่วยสนับสนุนการทำงานที่ราบรื่นและมีประสิทธิภาพ”

Sennheiser
“พรีเซ็ตในมิกเซอร์ดิจิทัลซีรีส์ TF ของ Yamaha ช่วยให้ผู้ใช้เห็นแนวทางการตั้งค่า EQ ที่ถูกต้องสำหรับชุดเครื่องดนตรีและไมโครโฟนที่หลากหลาย ฟังก์ชันพรีเซ็ตเหล่านี้ช่วยให้ซาวด์เอนจิเนียร์มีจุดเริ่มต้นที่มั่นคง จากนั้นเพียงปรับ EQ ให้เหมาะกับห้องและเครื่องดนตรีเฉพาะหน้างานเท่านั้น”

Shure
“เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้มอบ QuickPro Presets สำหรับไมโครโฟนยอดนิยมของเราในตระกูล SM, Beta, KSM และ PG Alta ให้กับมิกเซอร์ TF รุ่นใหม่ เมื่อรวมประสบการณ์ด้านไมโครโฟนกว่า 90 ปีของ Shure เข้ากับมิกเซอร์ดิจิทัล TF ที่ยืดหยุ่น และลำโพงคุณภาพสูงของ Yamaha พรีเซ็ตเหล่านี้ช่วยให้วิศวกรทุกระดับสามารถใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้ทางเทคนิคที่ผสานกัน เพื่อการซาวด์เช็กและการแสดงที่รวดเร็ว ง่ายดาย และยอดเยี่ยม วิศวกรสามารถโฟกัสกับการมิกซ์เสียงคุณภาพสูง แทนที่จะต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้า นี่คือโซลูชันที่ทรงพลังอย่างแท้จริง”

Ultimate Ears
“นวัตกรรมทางเทคนิคที่แท้จริงจะกลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตอย่างเป็นธรรมชาติ แต่นวัตกรรมที่ยอดเยี่ยมจะทำให้คุณสงสัยว่าก่อนหน้านี้คุณทำงานกันอย่างไร และเมื่อองค์ความรู้ของ Yamaha, Shure, Sennheiser, Audio-Technica และ Ultimate Ears มารวมกัน ศิลปะก็เกิดขึ้น Ultimate Ears รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้แบ่งปันพรีเซ็ตเอาต์บอร์ดสำหรับอินเอียร์มอนิเตอร์ของเรา เราเชื่อว่าการผสมผสานนี้จะช่วยยกระดับการแสดงของคุณไปอีกขั้น”

Westone Laboratories
“Westone รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานกับ Yamaha และนำพรีเซ็ตสำหรับอินเอียร์มอนิเตอร์ทั้งแบบสั่งทำและแบบสากลของเราเข้าสู่มิกเซอร์ซีรีส์ TF ผลิตภัณฑ์ Westone ครบทุกไลน์ได้รับการรองรับ ไม่ว่าจะเป็น ES Series แบบสั่งทำ, UM Series และ AM Series แบบ passive-ambient ที่ล้ำสมัย QuickPro Presets ใน Yamaha TF Series ช่วยให้วิศวกรสามารถตั้งค่าจุดเริ่มต้นสำหรับ IEM mix ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย”

Audix
“เรารู้สึกตื่นเต้นอย่างมากที่ Yamaha เชิญเราเข้าร่วมพัฒนา QuickPro Presets สำหรับไมโครโฟนเฉพาะทางหลากหลายรุ่นของ Audix เราเชื่อว่าเวลาที่ใช้ในการปรับ EQ น้อยลง หมายถึงเวลาที่สามารถทุ่มเทให้กับการแสดงมากขึ้น พรีเซ็ตที่พัฒนาร่วมกับทีม R&D ของ Yamaha ช่วยให้วิศวกรเสียง — ไม่ว่าจะมีประสบการณ์ระดับใด — สามารถขึ้นแสดงสดได้แทบจะทันทีโดยใช้เวลาซาวด์เช็กน้อยมาก หรือหากมีเวลาซาวด์เช็กมากพอ ก็สามารถใช้เวลานั้นเพื่อปรับแต่งพรีเซ็ตให้เหมาะกับห้อง เครื่องดนตรี หรือเสียงร้องได้ดียิ่งขึ้น”

Two Scene Memory Banks
ระบบ Scene Memory มี Bank A และ Bank B โดยแต่ละธนาคารสามารถบันทึกได้สูงสุด 100 ซีน รวมทั้งหมดได้ถึง 200 ซีนที่สามารถตั้งค่าไว้ล่วงหน้าและเรียกใช้งานได้ทันทีเมื่อจำเป็น มีซีนบางส่วนที่ถูกตั้งค่าไว้ล่วงหน้าเพื่อช่วยให้ผู้ใช้เริ่มต้นได้รวดเร็ว เช่น ซีนที่เปิดใช้งาน 1-knob COMP และ 1-knob EQ เพื่อการทำงานที่ง่ายที่สุด ซีนที่ปิดฟังก์ชัน 1-knob สำหรับวิศวกรที่มีประสบการณ์ และต้องการทำงานตามขั้นตอนเฉพาะของตนเอง ระบบนี้ยังเหมาะสำหรับการจัดหมวดหมู่ซีน เช่น Bank หนึ่งใช้จัดกลุ่มตามประเภทดนตรี อีก Bank ใช้จัดกลุ่มตามประเภทอีเวนต์ ช่วยให้การจัดการและเรียกใช้งานเป็นระเบียบและรวดเร็วมากขึ้น

ออกแบบเพื่อการมองเห็นที่ชัดเจนและการทำงานที่รวดเร็ว
ฮาร์ดแวร์ของซีรีส์ TF อัดแน่นด้วยองค์ประกอบที่ช่วยเพิ่มความสะดวกและประสิทธิภาพในการใช้งาน เฟดเดอร์ ปุ่มหมุน และปุ่มกด ที่ให้สัมผัสแน่นหนา แม่นยำ หน้าจอแสดงผลเทคโนโลยีล้ำสมัย พร้อมการแสดงชื่อแชนแนลและสีที่มองเห็นชัดเจน หน้าจอสัมผัสที่ให้ทั้งข้อมูลภาพที่ครบถ้วนและการตอบสนองที่รวดเร็ว การจัดวางองค์ประกอบทั้งหมดถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว สร้างระบบที่ให้เวิร์กโฟลว์มีประสิทธิภาพสูงกว่าที่คาดคิด ทั้งรวดเร็ว เป็นธรรมชาติ และรองรับการทำงานจริงในทุกสถานการณ์
เลย์เอาต์แผงควบคุมที่ออกแบบเพื่อเวิร์กโฟลว์สูงสุด
จากการวิเคราะห์ขั้นตอนการทำงาน (Workflow) ของวิศวกรเสียงจำนวนมากอย่างละเอียด ทำให้เกิดการออกแบบแผงควบคุมที่มีประสิทธิภาพสูง คอนโซล TF ไม่ได้เพียงแค่รวบรวมฟังก์ชันขั้นสูงจำนวนมากไว้เท่านั้น แต่จัดวางฟีเจอร์ที่สำคัญให้อยู่ในตำแหน่งที่ สมเหตุสมผล เข้าถึงง่าย และมองเห็นชัดเจน เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานจริง

Comprehensive Fader Bank Section
ระบบ Fader Bank ครบถ้วน คอนโซล TF มี 2 INPUT Banks 1 OUTPUT Bank และสามารถเลือก GROUP Bank ได้โดยกดปุ่ม INPUT ทั้งสองพร้อมกัน GROUP Bank ช่วยให้ควบคุมระดับเสียงของหลายแชนแนลผ่าน DCA Fader เดียว ได้สะดวก นอกจากนี้ยังมี CUSTOM Fader Bank ที่สามารถกำหนดอินพุต เอาต์พุต หรือ DCA Group ใด ๆ ไปยังเฟดเดอร์ใดก็ได้ตามต้องการ

ฟังก์ชัน DCA Roll-out เพื่อการควบคุมกลุ่มที่เหนือกว่า
เมื่อเลือก GROUP Fader Bank เฟดเดอร์ทั้งหมด (ยกเว้น DCA Master 1–8) จะกลายเป็น Roll-out Faders เมื่อเลือก DCA Group ใด ระบบจะ “ขยาย” (Roll-out) แชนแนลอินพุตที่อยู่ในกลุ่มนั้นไปยังเฟดเดอร์ Roll-out ทันที ฟังก์ชันนี้ช่วยให้สามารถปรับระดับและพารามิเตอร์ของแชนแนลรายตัว พร้อมกับใช้ DCA ทั้ง 8 ตัวสำหรับควบคุมภาพรวมของมิกซ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพในเวลาเดียวกัน

แสดงชื่อและสีแชนแนลอย่างชัดเจน
เหนือเฟดเดอร์แต่ละตัวมีหน้าจอแสดงผลที่บอกข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ชื่อหรือ ID ของแชนแนล, ชื่อพอร์ต, ค่าระดับเฟดเดอร์ปัจจุบัน, สถานะ Phantom Power, การทำงานของ Gate และ Compressor แถบสีประจำแชนแนลช่วยให้การมองเห็นและการนำทางเป็นไปอย่างรวดเร็ว ลดความสับสนเมื่อสลับ Fader Bank หรือเรียกใช้งาน Scene

เฟดเดอร์แสดงสถานะอินพุตครบถ้วน
Yamaha TF5 มี 33 มอเตอร์เฟดเดอร์, Yamaha TF3 มี 25 มอเตอร์เฟดเดอร์, Yamaha TF1 มี 17 มอเตอร์เฟดเดอร์ อินพุตด้านหลังเครื่องทั้งหมดมีเฟดเดอร์แยกเฉพาะ ทำให้สามารถตรวจสอบสถานะได้ทันทีด้วยสายตา และเข้าถึงเพื่อควบคุมได้โดยตรง

ระบบ SENDS ON FADER เพื่อการควบคุม AUX และ FX อย่างรวดเร็ว
ปุ่ม SENDS ON FADER ช่วยดึงระดับสัญญาณของ AUX หรือ FX Bus ที่เลือกขึ้นมาแสดงบนเฟดเดอร์ทันที เพื่อให้ตรวจสอบและปรับแต่งได้ง่าย เมื่อเปิดใช้งานโหมดนี้ MASTER Fader จะทำหน้าที่เป็น Master ของ Bus นั้น สามารถตรวจสอบและควบคุมระดับ AUX ได้โดยไม่ต้องสลับ Fader Bank ช่วยประหยัดเวลาและลดขั้นตอนในการทำงานสด

การออกแบบขั้นสูงเพื่อความลื่นไหลและความสบายในการใช้งาน
ส่วนบนของแผงควบคุมถูกออกแบบให้สามารถวาง iPad, เซ็ตลิสต์, สกอร์เพลง, โน้ตหรือบันทึกต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก ตัวแผงถูกแบ่งเป็น 3 มุมเอียง ช่วยให้ผู้ควบคุมมองเห็นชัดเจนสูงสุด และเข้าถึงทุกส่วนได้อย่างง่ายดาย ส่งเสริมการทำงานที่ราบรื่น เป็นธรรมชาติ และต่อเนื่องตลอดการแสดง

ฟีเจอร์เสริมเพื่อเวิร์กโฟลว์ที่มีประสิทธิภาพ
USER DEFINED KNOBS
สามารถกำหนดพารามิเตอร์ที่ใช้งานบ่อย เช่น Compressor Threshold หรือ EQ Gain ให้เข้าถึงได้ทันทีแบบ Direct AccessUSER DEFINED KEYS
ปุ่มลัด 6 ปุ่มที่สามารถตั้งค่าให้เรียกใช้งานฟังก์ชันที่ใช้ประจำ เช่น เรียก Scene ที่กำหนดไว้ด้วยการกดครั้งเดียวMUTE Section
ปิดเสียงอินพุตหรือเอฟเฟกต์หลายรายการพร้อมกันได้ด้วยคำสั่งเดียวFX Section
แชนแนลเอฟเฟกต์เฉพาะ พร้อมสวิตช์ ON/OFF, Cue Monitor ON/OFF, ปรับระดับเสียง และแก้ไขพารามิเตอร์เอฟเฟกต์ได้โดยตรงST IN Section
รองรับการเล่นเสียงดิจิทัลจาก iPad/iPhone หรือบันทึก/เล่นไฟล์ผ่าน USB พร้อมควบคุม BGM และไฟล์เสียงอื่น ๆ ได้จากปลายนิ้ว
หมายเหตุ: หากใช้ USB เพื่อบันทึกเสียง ควรใช้ฮาร์ดดิสก์หรืออุปกรณ์ความเร็วสูง (ไม่รับประกันการทำงานของแฟลชไดรฟ์ทั่วไป)
แอปพลิเคชันที่ทำงานร่วมกับคอนโซลได้อย่างไร้รอยต่อ
ซีรีส์ TF ก้าวไปอีกขั้นด้วยแอปเฉพาะทาง 3 ตัว ได้แก่ TF Editor, TF StageMix และ MonitorMix ซึ่งออกแบบอินเทอร์เฟซให้ต่อยอดจากหน้าจอคอนโซลโดยตรงบนอุปกรณ์พกพา
TF Editorจัดการ Offline และควบคุมหน้างาน
รองรับ Windows และ Mac ให้ทำการตั้งค่าและแก้ไขคอนโซลแบบ Offline ได้ครบถ้วน รวมถึงจัดการ Scene และ Preset และพิมพ์ชื่อแชนแนลผ่านคีย์บอร์ดได้สะดวก ใช้งานออนไลน์ร่วมกับ TF StageMix และ MonitorMix ได้ Windows 8 แบบจอสัมผัสใช้ท่าทาง (gesture) เหมือนหน้าจอคอนโซล, เชื่อมต่อ Wi-Fi เพื่อใช้ PC เป็นรีโมตมิกเซอร์ เชื่อมต่ออุปกรณ์ที่รัน TF Editor หรือ StageMix พร้อมกันได้สูงสุด 3 เครื่อง

TF StageMixมิกซ์แบบไร้สาย
แอปสำหรับ iPad ที่ควบคุมคอนโซล TF แบบไร้สาย สามารถมิกซ์จากตำแหน่งผู้ชม หน้าเวทีมอนิเตอร์ หรือจุดฟังใด ๆ อินเทอร์เฟซออกแบบให้คล้ายหน้าจอคอนโซล ทำให้การปรับแต่งซาวด์จากทุกตำแหน่งทำได้ง่ายและเป็นธรรมชาติ

MonitorMixPersonal Monitoring สำหรับศิลปิน
รองรับการมิกซ์ AUX แบบไร้สายจากอุปกรณ์สูงสุด 10 เครื่อง (iPad, iPhone, iPod touch หรือ Android) ศิลปินแต่ละคนควบคุม AUX ของตนเองได้ง่าย สามารถสร้าง Group ส่วนตัว เช่น รวมทุกระดับเสียงไว้ที่เฟดเดอร์เดียว ลดภาระของซาวด์เอนจิเนียร์ในงานวงใหญ่ รองรับการเชื่อมต่อพร้อมกัน TF Editor/StageMix สูงสุด 3 เครื่อง MonitorMix สูงสุด 10 เครื่อง

ออกแบบแผงควบคุมเฉพาะงานได้อย่างยืดหยุ่น
ไม่ต้องมีทักษะโปรแกรมมิ่งขั้นสูง ก็สามารถสร้างแผงควบคุมแบบกำหนดเองได้ผ่านอินเทอร์เฟซที่เข้าใจง่าย สร้างเฟดเดอร์ควบคุมระดับเสียง สร้างสวิตช์เปิด/ปิดแชนแนล ใส่รูปภาพหรือกราฟิกบนหน้าจอแท็บเล็ต นอกจากนี้ยังรองรับการทำงานร่วมกับระบบอื่น ๆ ผ่าน ProVisionaire Touch,ProVisionaire Controlซึ่งสามารถควบคุมมิกเซอร์ซีรีส์ CL/QL/TF, โปรเซสเซอร์ MTX/MRX, เพาเวอร์แอมป์ XMV/PC-D/PC-DI, I/O Rack R Series และ Tio1608-D, ลำโพง DZR-D/ DXS XLF-D และคอนโทรลเลอร์ Nexo NXAMPmk2 ได้ในหน้าจอเดียว ทั้งหมดนี้ช่วยให้สร้างระบบควบคุมที่รวมพารามิเตอร์สำคัญไว้ในหน้าเดียวได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และยืดหยุ่นสูงสุด

พื้นฐานเสียงที่เป็นธรรมชาติ พร้อมอิสระในการสร้างสรรค์
การถ่ายทอดเสียงจากเวทีอย่างซื่อสัตย์คือรากฐานสำคัญ ก่อนที่ความคิดสร้างสรรค์จะเข้ามาเติมเต็ม นี่คือแนวทางด้าน Live Sound ของ Yamaha ที่สืบทอดมายังซีรีส์ TF อย่างครบถ้วน
ภาคอินพุตของคอนโซลมีผลอย่างมากต่อคาแรกเตอร์เสียงโดยรวม TF มาพร้อมไมโครโฟนปรีแอมป์ D-PRE™ ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง และสามารถ Recall การตั้งค่าได้ วงจรและชิ้นส่วนต่าง ๆ ถูกออกแบบใหม่เพื่อให้ได้เสียงที่บริสุทธิ์และเป็นธรรมชาติที่สุด พื้นฐานเสียงที่แข็งแกร่งนี้เสริมด้วยโปรเซสเซอร์และเอฟเฟกต์ประสิทธิภาพสูงรุ่นปรับปรุงใหม่ ทั้งในแชนแนลอินพุตและเอาต์พุต เช่น EQ, Gate และ Compressor รวมถึงโปรเซสเซอร์เอฟเฟกต์อีก 8 ยูนิตที่มอบความยืดหยุ่นเชิงสร้างสรรค์อย่างกว้างขวาง
ไมค์ปรีแอมป์ D-PRE™ ที่เรียกคืนค่าได้
คอนโซล TF ใช้เวอร์ชันใหม่ของ D-PRE™ ซึ่งเป็นปรีแอมป์ที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดคุณภาพเสียงสุดท้าย ออกแบบด้วยวงจร Discrete Inverted Darlington Pair ให้การขยายสัญญาณที่สะอาด แม่นยำ มีสัญญาณรบกวนและความเพี้ยนต่ำในทุกระดับสัญญาณ ตอบสนองความถี่แบบกว้างและราบเรียบ (Flat, Wide Frequency Response) ในขณะที่ปรีแอมป์บางรุ่นออกแบบมาเพื่อเติม “คาแรกเตอร์” เฉพาะตัว D-PRE™ ถูกออกแบบให้คงความเป็นธรรมชาติของต้นฉบับ ถ่ายทอดรายละเอียดและอารมณ์ของผู้แสดงได้อย่างครบถ้วน

โปรเซสเซอร์และเอฟเฟกต์ทรงพลัง 8 ยูนิต
นอกเหนือจาก Channel Processors แล้ว TF ยังมีเอฟเฟกต์ 8 ยูนิตที่ใช้เทคโนโลยีแบบเดียวกับซีรีส์ SPX อันเป็นมาตรฐานในงานบันทึกเสียงและ Live Sound รวม 19 โปรแกรม เช่น Reverb, Delay เอฟเฟกต์ Modulation เช่น Flanger, Chorus, Multiband Compression มี 2 Global FX Units ที่สามารถปรับพารามิเตอร์ละเอียดผ่านปุ่ม EDIT บนแผงควบคุมอีก 6 Ins FX Units ใช้ใน AUX 9/10 ~ 19/20 Master Channels เพื่อควบคุมสัญญาณเพิ่มเติม เช่น จัดการระดับเสียงสำหรับ In-ear Monitoring ตั้งค่า Output Delay สำหรับลำโพงที่อยู่ห่างออกไป หากต้องการมากกว่า 2 Global FX สามารถกำหนด Ins FX ให้ทำงานแบบ Send/Return ผ่าน Main Stereo Bus ได้ AUX 1–8 และ Main Outputs มี 4-band Parametric EQ, 31-band Flex12 GEQ ทั้งสองแบบช่วยปรับการตอบสนองของลำโพงและลดปัญหา Feedback ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถกำหนด GEQ ให้ควบคุมผ่านเฟดเดอร์จริงเพื่อการปรับละเอียดได้

ระบบ Automatic Mixer จาก Dan Dugan ในตัว
ด้วยความร่วมมือกับ Dan Dugan Sound Design ระบบ Automatic Microphone Mixing ของ Dan Dugan ถูกติดตั้งใน TF Series ใช้งานได้กับ Input Channel 1–8 ปรับกระจาย Gain อัตโนมัติอย่างเหมาะสม การควบคุม Gain ลื่นไหลเหมือนมีวิศวกรจริงคอยมิกซ์ ลดปัญหา Feedback และ Comb Filtering หมาะอย่างยิ่งสำหรับงานพูด โดยเฉพาะสถานการณ์ที่ไม่มีสคริปต์ ช่วยให้ผู้ควบคุมโฟกัสกับรายละเอียดอื่นแทนการขยับเฟดเดอร์ตลอดเวลา

รองรับหลายระบบลำโพงด้วย Matrix Out พร้อม Delay
มี Matrix Out 4 แชนแนล พร้อมพารามิเตอร์ Delay เหมาะสำหรับงาน Live ขนาดใหญ่ที่ต้องชดเชยระยะลำโพง งานติดตั้งถาวร เช่น แยกเสียงไปโถงหลักและล็อบบี้ สถานการณ์ที่ต้องการ Delay Compensation เพื่อความสอดคล้องของเสียง

Additional Output Delay for Ins FX
ในเวอร์ชัน TF V2.5 มี Output Delay แบบง่ายที่ใช้เป็น Ins FX บน AUX 9/10 ~ 19/20 ได้ช่วยจัดการจังหวะเวลาของสัญญาณไปยังลำโพงในตำแหน่งต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความชัดเจน (Intelligibility) และความคมชัดของเสียงโดยรวม

โซลูชันบันทึกเสียงและเล่นกลับแบบ Live ที่ยืดหยุ่นสำหรับทุกการใช้งาน
ความสามารถในการบันทึกเสียงแบบ Live มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ในระบบเสียงงานแสดงสด ตั้งแต่การบันทึกแบบ 2 แทร็กง่าย ๆ ลงในอุปกรณ์เก็บข้อมูล USB ไปจนถึงการบันทึกแบบมัลติแทร็กเต็มรูปแบบผ่านคอมพิวเตอร์ที่ใช้ DAW (Digital Audio Workstation) ซีรีส์ TF ก็พร้อมรองรับทั้งหมด
คอนโซล TF มาพร้อมซอฟต์แวร์บันทึกเสียงแบบมัลติแทร็ก Nuendo Live ของ Steinberg ซึ่งช่วยให้สามารถบันทึกพร้อมกันได้สูงสุด 34 แทร็ก ไปยังคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อผ่าน USB 2.0 สามารถเล่นไฟล์ MP3 และ WAV จากอุปกรณ์ USB ได้ รวมถึงเล่นเสียงจาก iPhone หรือ iPad ผ่านการเชื่อมต่อดิจิทัลโดยตรง เมื่อเล่นเสียงจาก DAW สามารถเลือกได้เป็นรายแชนแนลว่าจะใช้สัญญาณอินพุตแบบอะนาล็อก หรือสัญญาณจาก DAW ทำให้สามารถมิกซ์เสียงที่บันทึกไว้ล่วงหน้าร่วมกับเสียงสดได้ เหมาะสำหรับ Virtual Sound Check หรือการซ้อม นอกจากนี้ยังสามารถเล่น BGM และเอฟเฟกต์เสียงต่าง ๆ ได้อีกด้วย
ซอฟต์แวร์ Nuendo Live สำหรับบันทึกเสียงแบบมัลติแทร็ก (แถมมาในชุด)
ซอฟต์แวร์ Nuendo Live จาก Steinberg ถูกจัดมาให้พร้อมกับคอนโซลดิจิทัลซีรีส์ TF เหมาะสำหรับงานเสียงสดทุกประเภท ตั้งแต่งานในคลับ คอนเสิร์ตฮอลล์ ไปจนถึงเทศกาลดนตรีขนาดใหญ่
จุดเด่น:
ใช้งานง่าย เหมาะกับสถานการณ์ Live ที่เร่งรีบ
ความเสถียรสูง
ฟีเจอร์ครบครัน รองรับงานระดับมืออาชีพ
รองรับ Virtual Sound Check ในกรณีที่นักดนตรีไม่อยู่บนเวที
การผสานกันของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์นี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและความยืดหยุ่นในการจัดการระบบเสียงอย่างมาก

โซลูชัน Stagebox ประสิทธิภาพสูง ติดตั้งง่าย
คุณภาพเสียงที่เป็นธรรมชาติและมีความเป็นดนตรี ซึ่งเป็นแนวคิดหลักในการออกแบบ TF Series ยังคงถูกถ่ายทอดอย่างครบถ้วนใน Tio1608-D I/O Rack ตั้งแต่โครงสร้างภายนอก การจัดวางแผงวงจร ระบบจ่ายไฟ ระบบกราวด์ ไปจนถึงการเลือกชิ้นส่วน ทุกขั้นตอนได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน พร้อมผ่านการทดสอบทั้งด้านประสิทธิภาพและการฟังอย่างละเอียด ในด้านระบบเครือข่าย ใช้โปรโตคอล Dante แบบเดียวกับที่ใช้ในคอนโซลดิจิทัลรุ่นระดับสูงของ Yamaha เพื่อให้ได้การซิงค์ที่แม่นยำ, Latency ต่ำ, Jitter ต่ำ, ความแม่นยำของตัวอย่างสัญญาณสูง นอกจากประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมแล้ว ระบบ Stagebox Tio1608-D ยังสามารถติดตั้งได้ง่ายเพียง 3 ขั้นตอน
Tio1608-D I/O Rack
Tio1608-D เป็น I/O Rack ที่รองรับ Dante พร้อมอินพุตไมโครโฟน/ไลน์ 16 ช่อง และเอาต์พุตไลน์ 8 ช่อง พรีแอมป์ของ Tio1608-D สามารถควบคุมจากคอนโซล TF ได้จากระยะไกล การเชื่อมต่อจาก Tio1608-D บนเวทีไปยังคอนโซล TF ที่ตำแหน่งมิกซ์ ใช้เพียงสาย LAN CAT5e เส้นเดียว เพื่อส่งสัญญาณเสียงคุณภาพสูงแบบ Latency ต่ำ
ข้อดี:
ไม่ต้องใช้สายมัลติคอร์ขนาดใหญ่และหนัก
มีการตั้งค่า Patch พื้นฐานไว้ล่วงหน้า ช่วยให้ติดตั้งได้รวดเร็ว
เชื่อมต่อได้สูงสุด 3 ยูนิต พร้อมกัน
รองรับได้สูงสุด 40 อินพุต / 24 เอาต์พุต
สามารถ Daisy-chain การเชื่อมต่อได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ Network Switch เมื่อใช้งานกับคอนโซล TF

NY64-D Audio Interface Card
NY64-D เป็นการ์ดขยาย I/O สำหรับคอนโซลซีรีส์ TF รองรับการส่งและรับสัญญาณเสียงดิจิทัลแบบไม่บีบอัด 48 kHz / 24-bit ผ่านเครือข่าย Dante ได้สูงสุด 128 ช่อง (64 In / 64 Out) เมื่อใช้งานร่วมกับ Tio1608-D จะสามารถสร้างระบบ Stagebox ที่รองรับได้สูงสุดถึง 48 อินพุต และ 24 เอาต์พุต

เฉพาะ TF1: รองรับการติดตั้งในแร็คด้วย RK5014
ชุด RK5014 Rack Mount Kit (14U) สามารถใช้ติดตั้งคอนโซล TF1 เข้ากับแร็คมาตรฐาน 19 นิ้วแบบ EIA ที่นิยมใช้ในงาน Live, สตูดิโอ และงานติดตั้งถาวร ตัวคอนโซล TF1 ต้องการพื้นที่ 14U แนะนำให้ใช้ 16U เมื่อเผื่อพื้นที่สำหรับสายสัญญาณ เหมาะสำหรับระบบที่ต้องการความเป็นระเบียบ ประหยัดพื้นที่ และติดตั้งถาวร

ฟังก์ชันสำหรับการจัดประชุมอย่างมีประสิทธิภาพ
และเกิดประสิทธิผล
Dugan Automixer: ป้องกันเสียงหวีด (Feedback) และเสียงรบกวนจากไมโครโฟนหลายตัว
Dugan Automixer สามารถใช้งานได้กับสูงสุด 8 แชนแนลในคอนโซลซีรีส์ TF โดยจะทำการปรับเกนอัตโนมัติ ดังนี้:
เพิ่มเกนให้กับไมโครโฟนที่กำลังใช้งาน (มีเสียงพูด)
ลดเกนของไมโครโฟนที่ไม่ได้ใช้งาน
ปรับสมดุลเพื่อให้ได้ระดับมิกซ์โดยรวมที่สม่ำเสมอ
ฟังก์ชันนี้ช่วยลดความจำเป็นในการควบคุมเฟดเดอร์ที่ซับซ้อน ระหว่างการบรรยายที่ใช้ไมโครโฟนหลายตัว หรือการเสวนา (Panel Discussion) ที่อาจต้องใช้ไมโครโฟนจำนวนมาก
นอกจากนี้ อัลกอริทึมการมิกซ์อัตโนมัติขั้นสูงของ Dugan ยังช่วยรักษาระยะเผื่อความปลอดภัยจากการเกิดเสียง Feedback ทำให้ได้คุณภาพเสียงที่ชัดเจน คมชัด และเสถียรอยู่เสมอ

Dugan Automixer 1
Dugan Automixer 2
Dugan Automixer 3



เมื่อไม่มีใครพูด ระดับสัญญาณอินพุตของไมโครโฟนทุกตัวจะอยู่ในระดับต่ำ และเกนจะถูกตั้งค่าเท่ากันทั้งหมด โดยไมโครโฟนจะไม่ถูกปิดเสียง (Mute) แต่ระบบจะกระจายเกนอย่างเท่าเทียมกันไปยังไมโครโฟนทุกตัว
เมื่อมีคนหนึ่งคนเริ่มพูด เกนของไมโครโฟนของบุคคลนั้นจะถูกเพิ่มขึ้นทันทีเป็น 0 dB ขณะที่เกนของไมโครโฟนตัวอื่น ๆ จะถูกลดลง กระบวนการเดียวกันนี้จะเกิดขึ้นไม่ว่าใครก็ตามที่เป็นผู้พูด
หากมีสองคนพูดพร้อมกัน ระบบจะปรับการกระจายเกนระหว่างไมโครโฟนที่กำลังใช้งานอยู่ เพื่อให้ได้ระดับเสียงรวมที่สม่ำเสมอ ขณะเดียวกันเกนของไมโครโฟนที่ไม่ได้ใช้งานจะถูกลดลง
ระบบ
ระบบครบวงจรด้วย TF5 (TF5 in All-in-One System)
TF สามารถใช้มิกซ์วงดนตรีขนาดใหญ่ได้ เนื่องจากมีอินพุต 32 แชนแนล และมีเอาต์พุต 16 แชนแนลที่สามารถกำหนดการใช้งานได้อย่างอิสระ ซึ่งหากใช้ 2 แชนแนลสำหรับ Main Output จะสามารถใช้เป็น Monitor Output ได้สูงสุดถึง 14 แชนแนล คอนโซล TF เพียงตัวเดียวจึงสามารถควบคุมได้ทั้งระบบเสียงหน้าเวที (FOH) และมอนิเตอร์บนเวที แอป MonitorMix สำหรับ iPhone ช่วยให้นักดนตรีบนเวทีสามารถปรับระดับมอนิเตอร์ของตนเองได้ เพิ่มความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อมีผู้เล่นจำนวนมาก

การขยายระบบด้วย Tio1608-D
Tio1608-D ช่วยให้สามารถขยายระบบมิกเซอร์ดิจิทัล TF ได้สูงสุดถึง 40 อินพุต / 24 เอาต์พุต การติดตั้งใช้ระบบ Plug In & Play เชื่อมต่อด้วยสาย Cat5e, เลือกหมายเลขอุปกรณ์ (Device ID) ระบบพร้อมใช้งานทันที รองรับการควบคุม Head Amp (HA) ระยะไกลผ่านสาย Cat5e แอป StageMix ยังช่วยให้สามารถควบคุมคอนโซลแบบไร้สายได้จากในฮอลล์ บนเวที หรือแม้แต่จากบริเวณผู้ชม

ระบบมอนิเตอร์บนเวที (Stage Monitor System)
คอนโซล TF มีเอาต์พุตเพียงพอสำหรับใช้งานเป็นมอนิเตอร์คอนโซลโดยเฉพาะ Stereo AUX มี Insert FX ในตัว ช่วยให้สามารถสร้างมิกซ์ IEM (In-Ear Monitor) ระดับมืออาชีพได้ นอกจากนี้ยังรองรับแอป MonitorMix สำหรับ iPhone โดยสามารถเชื่อมต่อได้สูงสุด 10 อุปกรณ์ต่อคอนโซลหนึ่งตัว ทำให้นักดนตรีแต่ละคนสามารถควบคุมระดับมอนิเตอร์ของตนเองได้อย่างอิสระ

ระบบขนาดกะทัดรัดสำหรับงานประชุม / งานองค์กร
คอนโซล TF ขนาดกะทัดรัด เหมาะสำหรับระบบเสียงที่ต้องการประหยัดพื้นที่ เช่น งานประชุม หรืออีเวนต์องค์กร รุ่น TF1 สามารถติดตั้งในแร็คได้ ช่วยให้ได้ระบบเสียงที่เรียบง่ายและดูเป็นมืออาชีพ สามารถบันทึกงานและเล่น BGM ได้ง่ายผ่าน USB Memory หน้าจอสัมผัส (Touch Screen) และฟังก์ชัน 1KnobEQ ช่วยให้ปรับแต่งรายละเอียด เช่น EQ หรือระบบป้องกัน Feedback ได้อย่างสะดวก แอป StageMix แบบไร้สายช่วยเพิ่มความคล่องตัว ให้ผู้ควบคุมสามารถปรับคอนโซลจากระยะไกลระหว่างงานได้

Specification
| ชาแนล | 16 ชาแนล |
|---|
| น้ำหนัก | 0.2 กก. |
|---|---|
| ขนาด | 13.3 × 10 × 3.9 เซนติเมตร |
YAMAHA (ยามาฮ่า) แบรนด์เครื่องเสียงและเครื่องดนตรีระดับโลกจาก ประเทศญี่ปุ่น ที่มีชื่อเสียงและประวัติศาสตร์ยาวนาน โดดเด่นด้วยวิศวกรรมเสียงที่แม่นยำ เทคโนโลยี DSP ระดับแนวหน้า และการถ่ายทอดลักษณะเสียงที่ใสสะอาดเป็นธรรมชาติ จนเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับจากศิลปินและซาวด์เอนจิเนียร์ทั่วโลก สินค้าของ YAMAHA ครอบคลุมงานระบบเสียงทุกสเกล โดยมีหัวใจสำคัญที่ทุกคนต่างนึกถึงคือ มิกเซอร์ YAMAHA (Mixer) ทั้งแบบอนาล็อกและดิจิทัลที่เป็นเสมือนอุปกรณ์สามัญประจำวงการ นอกจากนี้ยังมี ลำโพง PA, ลำโพง Active, และโปรเซสเซอร์ ที่จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ให้การปรับแต่งเสียงที่ละเอียด ควบคุมง่าย และมีเสถียรภาพสูง ด้วยมาตรฐานการผลิตที่เข้มงวด มอบความทนทานเป็นเลิศและคุณภาพเสียงที่วางใจได้ในทุกสถานการณ์ เครื่องเสียง YAMAHA จึงเป็นสุดยอดการลงทุนที่คุ้มค่า ตอบโจทย์การใช้งานตั้งแต่งานโฮมสตูดิโอ ระบบเสียงในร้านอาหาร ไปจนถึงงานสเตจและคอนเสิร์ตขนาดใหญ่| GENERAL SPECIFICATIONS | |
|---|---|
| Compatible Devices | Yamaha TF Series Digital Mixers |
| Channel Count | 128 Channels (64 Input / 64 Output) |
| Sampling Frequency | 44.1 kHz or 48 kHz |
| Resolution | 24-bit or 32-bit (Uncompressed) |
| CONNECTIVITY | |
| Connectors | 2x RJ45 (etherCON compatible) |
| Transmission Speed | 1000BASE-T (Gigabit Ethernet) |
| Network Topology | Supports Daisy-chain or Redundant (Primary/Secondary) |
| PHYSICAL PROPERTIES | |
| Dimensions (W x H x D) | 100 x 39 x 133 mm (3.9" x 1.5" x 5.2") |
| Net Weight | 0.2 kg (0.4 lbs) |
| Operating Temperature | 0 to 40 °C |
สินค้าที่คุณเคยดู



![[logo]vibegear](https://vibegear.audio/wp-content/uploads/2026/02/logoVibegear.jpg)