หน้าแรก » บทความ » ข่าวสารและสินค้าใหม่ (News & Updates) » รีวิว Yamaha DXR mk3 & DXS mk3 Series ลำโพง Active ตัวจบ พลังเสียง DSP ระดับท็อป
รีวิว Yamaha DXR mk3 & DXS mk3 Series ลำโพง Active ตัวจบ พลังเสียง DSP ระดับท็อป

ลำโพง Yamaha DXR mk3 และซับวูฟเฟอร์ DXS mk3 ลำโพง Active ตัวจบสำหรับนักดนตรี เสียบปลั๊กพร้อมลุยด้วยแอมป์ 2000W และเทคโนโลยี FIR-X Tuning
สารบัญเนื้อหา
- Quick Summary: สเปกและจุดเด่น Yamaha DXR & DXS mk3 Series
- ทำไม Yamaha DXR mk3 ถึงเป็นมาตรฐานใหม่ของลำโพง Active?
- เจาะลึก Yamaha DXR mk3 Series (ลำโพง Full-Range)
- เติมเต็มพลังเบสด้วยตู้ซับวูฟเฟอร์ DXS mk3 Series
- ตัวอย่างการจัดชุดเครื่องเสียงสำหรับงานจริง
- คำถามยอดฮิตจากผู้ใช้งานจริง (Q&A)
- สรุป: ซีรีส์นี้เหมาะกับใคร?
Quick Summary: สเปกและจุดเด่น Yamaha DXR & DXS mk3 Series
หากคุณกำลังมองหาลำโพงแอคทีฟ (มีแอมป์ในตัว) ระดับพรีเมียมที่เสียบปลั๊กแล้วจบ งานประกอบทนทาน และปรับจูนเสียงมาอย่างสมบูรณ์แบบ นี่คือตารางสรุปสเปกของ Yamaha DXR mk3 และ DXS mk3 Series เพื่อให้คุณเทียบสเปกได้ง่ายที่สุดครับ
| รุ่นสินค้า | ประเภท | ขนาดดอกลำโพง | กำลังขับ (Peak) | ความดัง (Max SPL) | ตอบสนองความถี่ (-10dB) | น้ำหนัก |
|---|---|---|---|---|---|---|
| DXR15 mk3 | Full-Range | 15 นิ้ว + แหลม 1.75 นิ้ว | 2,000 Watts | 134 dB | 46 Hz – 20 kHz | 21.8 kg |
| DXR12 mk3 | Full-Range | 12 นิ้ว + แหลม 1.75 นิ้ว | 2,000 Watts | 134 dB | 49 Hz – 20 kHz | 18.6 kg |
| DXR10 mk3 | Full-Range | 10 นิ้ว + แหลม 1.75 นิ้ว | 2,000 Watts | 132 dB | 53 Hz – 20 kHz | 13.9 kg |
| DXS18 mk3 | Subwoofer | 18 นิ้ว | 2,500 Watts | 136 dB | 32 Hz – 120 Hz | 51.0 kg |
| DXS15 mk3 | Subwoofer | 15 นิ้ว | 2,500 Watts | 135 dB | 40 Hz – 120 Hz | 36.0 kg |
| DXS12 mk3 | Subwoofer | 12 นิ้ว | 2,500 Watts | 134 dB | 42 Hz – 120 Hz | 30.0 kg |
ทำไม Yamaha DXR mk3 ถึงเป็นมาตรฐานใหม่ของลำโพง Active?
Yamaha DXR mk3 คือลำโพง Active ระดับโปรเฟสชันนอลที่อัปเกรดเทคโนโลยี DSP ให้ทำงานร่วมกับแอมป์ Class-D 2000W ได้อย่างไร้รอยต่อ โดยโดดเด่นด้วยเทคโนโลยี FIR-X Tuning™ ที่ช่วยปรับครอสโอเวอร์ให้เสียงทุ้มและแหลมผสานกันอย่างราบรื่น ทำให้มิติเสียงที่ออกมามีความแม่นยำสูง ไม่ว่าจะเปิดเบาหรือเปิดดัง เสียงร้องก็ยังพุ่งชัดเจนไม่ผิดเพี้ยน

นอกจากนี้ ในซีรีส์ mk3 ทาง Yamaha ได้อัปเกรด Compression Driver (ดอกเสียงแหลม) เป็นขนาด 1.75 นิ้ว พร้อมแม่เหล็ก Neodymium ซึ่งใหญ่กว่ารุ่นก่อนหน้า ทำให้เสียงแหลมมีความสว่าง ใสเคลียร์ และทะลุทะลวงได้ไกลกว่าเดิม ลดอาการบาดหูเมื่อต้องเปิดในระดับความดัง (SPL) สูงๆ
แผงควบคุมด้านหลัง มีมิกเซอร์ 3 แชนแนลในตัว และสวิตช์ปรับ DSP (D-CONTOUR) ให้เหมาะกับการใช้งานเป็นลำโพงหลักหรือลำโพงมอนิเตอร์
ฟีเจอร์อัจฉริยะที่เพิ่มเข้ามาในรุ่น mk3

- Bluetooth & D-Remote App: รองรับการสตรีมมิ่งเสียงผ่าน Bluetooth และสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน D-Remote (iOS/Android) เพื่อควบคุมระดับเสียง, ปรับแต่ง EQ, หรือปรับเปลี่ยนโหมด DSP ของลำโพงได้จากระยะไกล สะดวกมากสำหรับ Sound Engineer ที่ต้องเดินเช็กเสียงรอบๆ งาน
- เซ็นเซอร์ตรวจจับทิศทาง (Internal Accelerometer): ลำโพงฉลาดพอที่จะรู้ว่าตัวเองถูกตั้งขาตั้งแบบ FOH (ยิงหน้าตรง) หรือถูกวางราบกับพื้นแบบมอนิเตอร์เวที (Stage Monitor) และจะทำการปรับสลับโหมด DSP ให้เข้ากับตำแหน่งการวางนั้นๆ อัตโนมัติ เพื่อให้ได้ย่านเสียงที่ถูกต้องที่สุด
เจาะลึก Yamaha DXR mk3 Series (ลำโพง Full-Range)
ลำโพง point source DXR mk3 ออกแบบมาให้ตอบโจทย์ทุกสเกลงาน ตั้งแต่งานพูดสัมมนาขนาดเล็ก ไปจนถึงวงดนตรีเล่นสด (Live Sound) ขนาดกลางครับ
1. Yamaha DXR15 mk3 (ตัวท็อป เบสแน่น)

DXR15 mk3 คือลำโพงดอก 15 นิ้วที่ให้ความดังสูงสุด 134 dB พร้อมแอมป์ 2000W ตัวนี้โดดเด่นที่ตอบสนองความถี่ต่ำได้ลึกถึง 46Hz ทำให้คุณสามารถใช้งานระบบ PA เดี่ยวๆ ได้โดยไม่ต้องแบกตู้ซับวูฟเฟอร์ให้เหนื่อย ตอบโจทย์วงดนตรีสดที่เน้นความกระชับของการติดตั้ง หรือดีเจเปิดแผ่นที่ต้องการเบสหนักๆ
2. Yamaha DXR12 mk3 (บาลานซ์เยี่ยม อเนกประสงค์สุด)

DXR12 mk3 คือรุ่นยอดฮิตที่ทำสมดุลระหว่าง “เสียงร้องที่พุ่งชัด” และ “เบสที่กระชับ” ได้ดีที่สุด ด้วยดอกลำโพง 12 นิ้ว ให้ความดัง 134 dB น้ำหนักตัวเพียง 18.6 กก. เหมาะกับทำลำโพง PA สำหรับร้านอาหาร หรือวางราบพื้นทำเป็นลำโพง Stage Monitor บนเวทีก็ยอดเยี่ยม (ตัวตู้มีองศาการวางมอนิเตอร์แบบสมมาตร)
3. Yamaha DXR10 mk3 (กะทัดรัด น้ำหนักเบา)

DXR10 mk3 ซ่อนพลัง 2000W ไว้ในตู้ขนาดกะทัดรัดและมีน้ำหนักเพียง 13.9 กก. ทำให้พกพาง่ายที่สุด รุ่นนี้เหมาะมากสำหรับการนำไปใช้เป็นลำโพงสำหรับเสียงร้อง (Vocal), งานพรีเซนต์เทชัน, หรือใช้งานคู่กับซับวูฟเฟอร์ DXS12 mk3 เพื่อทำชุดเครื่องเสียงขนาดเล็กที่เสียงพรีเมียมเกินตัว
เติมเต็มพลังเบสด้วยตู้ซับวูฟเฟอร์ DXS mk3 Series
ลำโพงซับวูฟเฟอร์ Active ซีรีส์ DXS ถูกออกแบบมาเพื่อ “แต่งงาน” กับ DXR โดยเฉพาะ ตู้ทำจากไม้เพื่อความแน่นของมวลเบส และมาพร้อมโหมด X-OVER ที่ปรับจุดตัดความถี่ให้แมตช์กับลำโพงกลางแหลม DXR ได้อย่างแม่นยำ
Yamaha DXS18 mk3 / DXS15 mk3 / DXS12 mk3

DXS18 mk3 (ดอก 18 นิ้ว)

DXS15 mk3 (ดอก 15 นิ้ว)

DXS12 mk3 (ดอก 12 นิ้ว)
จุดเด่นไฮไลต์ของ DXS mk3 Series:

- D-XSUB Bass Processing: ปุ่ม DSP อัจฉริยะที่เลือกโหมดได้ 3 แบบ (NORMAL, BOOST สำหรับงานปาร์ตี้, และ XTENDED-LF สำหรับเพลงที่เน้นซับต่ำๆ ลึกๆ)

- Cardioid Mode: สำหรับใครที่ใช้ซับวูฟเฟอร์ 2 ใบขึ้นไป สามารถกดปุ่มเปิดโหมด Cardioid เพื่อบังคับให้ทิศทางเสียงเบสยิงไปด้านหน้าผู้ชมเท่านั้น ช่วยแก้ปัญหาเสียงเบสครางล้นขึ้นมากวนนักดนตรีบนเวทีได้อย่างเด็ดขาด
ตัวอย่างการจัดชุดเครื่องเสียงสำหรับงานจริง
รูปแบบที่ 1: ระบบสำหรับวงดนตรีเล่นสด (Live Band PA)
ใช้ DXR12 mk3 ทำหน้าที่เป็นลำโพง PA หลักยิงออกหาคนฟัง และใช้ตู้ซับวูฟเฟอร์ DXS15 mk3 ให้ความกระหึ่มครอบคลุมพื้นที่
รูปแบบที่ 2: ระบบสำหรับ Mobile DJ (DJ Party)
ติดตั้งคู่กันระหว่างตู้กลางแหลม DXR10 mk3 คู่กับซับวูฟเฟอร์ DXS12 mk3 ได้ความถี่ตลอดย่าน 42Hz – 20kHz ตอบโจทย์เพลง EDM สไตล์คลับ ที่ต้องการความลึกของเบสและความคมของเสียงแหลม
คำถามยอดฮิตจากผู้ใช้งานจริง (Q&A)
- Q: ลำโพง Active (DXR) ตากฝนตากแดดกลางแจ้งได้ไหม?
A: ตู้พลาสติก ABS ของ DXR มีความทนทานต่อรอยขีดข่วนและแสงแดดได้ดี แต่ ไม่กันน้ำ (Non-Waterproof) ครับ เนื่องจากด้านหลังมีช่องระบายความร้อนของแอมป์ หากใช้งานกลางแจ้งต้องมีเต็นท์หรือหลังคาคลุมทุกครั้งครับ - Q: ซีรีส์ mk3 ต่างจาก mk2 รุ่นเก่าอย่างไร?
A: การอัปเกรดแบบก้าวกระโดดในรุ่น mk3 คือ แอมป์กำลังขับ 2000W, การรองรับ Bluetooth และแอป D-Remote สำหรับการควบคุมระยะไกลไร้สาย, ระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับการวาง (Accelerometer) เพื่อเปลี่ยนโหมด DSP อัตโนมัติ รวมถึงดอกเสียงแหลมที่ให้ความสว่างพุ่งไกลกว่าเดิมครับ - Q: จำเป็นต้องมีมิกเซอร์ภายนอกไหม ถ้าร้องเพลงกีตาร์ตัวเดียว?
A: ไม่จำเป็นเลยครับ! DXR มี Mixer 3 แชนแนลในตัว คุณสามารถเสียบไมค์ตรงเข้าแชนแนล 1 เสียบกีตาร์เข้าแชนแนล 2 และเปิดเพลง Bluetooth/Line เข้าแชนแนล 3 ได้เลย เสียบปลั๊กจบพร้อมเล่นทันที!
สรุป: ซีรีส์นี้เหมาะกับใคร?

Yamaha DXR mk3 และ DXS mk3 Series คือที่สุดแห่งความลงตัวสำหรับนักดนตรี, ดีเจ, ธุรกิจเครื่องเช่า (Rental), และร้านอาหารที่ต้องการระบบเสียง Plug & Play ที่ไม่ต้องปรับจูนอะไรให้วุ่นวาย เพราะวิศวกร Yamaha คำนวณ DSP มาให้หมดแล้ว คุณแค่เสียบปลั๊ก เร่งเสียง แล้วรับฟังคุณภาพเสียงระดับสเตูดิโอได้เลย

หากคุณสนใจทดลองฟังเสียงจริง หรือต้องการให้ผู้เชี่ยวชาญออกแบบระบบเสียงให้เข้ากับขนาดพื้นที่ของคุณ สามารถเข้าชมและสั่งซื้อได้ที่หมวดหมู่ ลำโพง PA และระบบเสียง (PA Systems) บน Vibegear Audio สินค้าของเรารับประกันศูนย์ Yamaha Thailand แท้ 100% พร้อมบริการดูแลหลังการขายเต็มรูปแบบครับ!
🔊 สนใจวางระบบภาพและเสียงให้ธุรกิจของคุณ?
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ ร้านอาหาร คาเฟ่ ผับบาร์ หรือสถานบันเทิง ที่กำลังมองหาทีมงานมืออาชีพมาดูแลระบบ บริษัท VibeGear Audio ยินดีให้บริการออกแบบ ติดตั้งระบบเสียง และภาพ ประเมินหน้างาน ขอใบเสนอราคาฟรี เพื่อจัดสเปกอุปกรณ์ที่คุ้มค่าและตอบโจทย์ได้ตรงจุดที่สุด
ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญจาก VibeGear ได้ทันทีที่:
📞 โทร : 064-658-5888
💬 ไลน์ไอดี : @vibegear.audio หรือคลิกลิงก์ https://lin.ee/zL5O3BU





















![[logo]vibegear](https://vibegear.audio/wp-content/uploads/2026/02/logoVibegear.jpg)